Official! มิลเนอร์ ประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อย

เจมส์ มิลเนอร์ อดีตกองกลางสารพัดประโยชน์ระดับตำนานของลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการในวัย 40 ปี หลังจากโลดแล่นบนเวทีพรีเมียร์ลีกมายาวนานถึง 24 ฤดูกาล
มิลเนอร์เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงสนามในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 654 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลของลีก แซงหน้าสถิติเดิมของแกเร็ธ แบร์รี อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้
อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษลงเล่นให้ทีมชาติไปทั้งหมด 61 นัด โดยเกมสุดท้ายของเขาในนามทีมชาติเกิดขึ้นเมื่อปี 2016 และยังสามารถรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงวัย 40 ปี
ดาวเตะของไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้โพสต์ข้อความอำลาแฟนบอลผ่านโซเชียลมีเดียว่า "หลังจากผ่าน 24 ฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก ผมรู้สึกว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมในการยุติเส้นทางนักฟุตบอลของตัวเอง”
“ตั้งแต่การได้ประเดิมสนามให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรที่ผมเชียร์มาตั้งแต่เด็กในวัยเพียง 16 ปี และกลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดของพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น ผมไม่เคยจินตนาการเลยว่าชีวิตจะพาผมมาถึงจุดนี้”
“จากวันที่แทบยกเท้าไม่ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว จนกลับมาช่วยไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์สโมสรตอนอายุ 40 ปี มันคือการเดินทางที่น่าเหลือเชื่อ"
"การได้เล่นให้กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และไบรท์ตัน รวมถึงช่วงเวลาที่น่าจดจำกับสวินดอน ทาวน์ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ทุกสโมสรมีส่วนสำคัญต่อชีวิต และอาชีพของผม ผมอยากขอบคุณเจ้าของสโมสร ทีมงาน สตาฟฟ์โค้ช เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลทุกคนที่ต้อนรับและช่วยเหลือผมมาตลอด"
"แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ผมจะจดจำตลอดไปคือผู้คนและมิตรภาพที่ผมได้รับจากวงการฟุตบอล ถึงแฟนบอลทุกคน ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา และสำหรับคนที่เคยส่งเสียงโห่หรือสร้างความลำบากให้ผม ขอบคุณเช่นกัน เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้น่าจดจำ และหล่อหลอมให้ผมเป็นทั้งนักฟุตบอลและคนคนหนึ่ง"
"ขอบคุณสำหรับทุกการเสียสละ ทุกการเดินทาง และทุกกำลังใจที่มอบให้ ผมคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่มีพวกคุณ ผมอำลาวงการฟุตบอลด้วยความภาคภูมิใจ ความซาบซึ้ง และความทรงจำที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ฟุตบอลมอบอะไรมากกว่าที่ผมเคยฝันไว้ และผมจะขอบคุณทุกโอกาสที่ได้รับเสมอ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับผม"
